เมื่อใจมันไกลบ้าน

posted on 16 Sep 2012 11:50 by kumdao-li-bra-ry
 
 
เช้าวันนี้เดินลงไปกินข้าวซอย ร้านเปิดใหม่หน้าแฟลช
ขณะที่กำลังนั่งกินอยู่ ก็มีพี่ยามอายุอานามประมาณ 40 คนหนึ่ง
เดินเข้ามาสั่ง พร้อมพูดกับหญิงสาวเจ้าของร้านว่า
'เห็นแล้ว คิดถึงแม่มากเลย เพราะตอนอยู่บ้านแม่ชอบทำให้กินอยู่บ่อยๆ'
หญิงสาวเจ้าของร้านไม่ได้สนใจคำพูดนั้น ทุกอย่างเงียบงัน
ฉันเงยหน้าขึ้นมองพี่ชายคนนั้น แล้วยิ้มให้อย่างเข้าใจ
 
' กรุงเทพฯ สำหรับคนต่างจังหวัดอย่างเรา มันเจ็บปวดเพราะความเหงาอยู่ลึกๆ '
 
 
 

edit @ 16 Sep 2012 14:53:13 by คำดาว

ปัญหาเกิดใหม่ทุกวัน

posted on 11 Sep 2012 08:33 by kumdao-li-bra-ry
 
ปัญหาเกิดใหม่ทุกวัน และเมื่อรวมกับเมื่อวาน เมื่อวานก่อน และเมื่อก่อนโน้น
มันสะสมจนกลายเป็นพันธนาการ และการสูญเสียมากมาย 
 
ทุกวันนี้ฉันมีชีวิตอยู่คนเดียว ฉันเศร้าคนเดียว ฉันทุกข์คนเดียว
หากใครคนไหนอยากเดินออกไปจากชีวิตฉันก็ตามสบายเลย
เพราะฉันเจ็บจนมันชาและชินไปหมดแล้ว
 
เพราะฉันคงเกิดมาเพื่อจะสูญเสียอยู่แล้ว

หมู่มวลน้ำตา

posted on 07 Sep 2012 09:44 by kumdao-li-bra-ry
 
ในวันที่ฉันทุกข์ที่สุด ฉันนั่งร้องไห้อยู่กับตัวเอง
ฉันพยายามโทรหาใครสักคนเพื่อให้ความทุกข์ที่ฉันมี
เจือจางลงบ้าง แต่มันก็แค่นั้น
มันก็เลยทำให้ฉันเลือกที่จะอยู่คนเดียว
ไม่ว่าวันที่ฉันสุข หรือวันที่ทุกข์มาเยือน
 
ฉันไม่อยากรับรู้เรื่องราวของคนอื่น
เพราะขนาดเรื่องราวของครอบครัวฉันเอง
ฉันยังหนีออกมา เพื่อที่จะฟังเสียงของพวกเขาให้น้อยและเบาบางที่สุด
 
ฉันเสียใจที่ไม่รู้เลยว่าหนึ่งเเดือนที่ฉันทำตัวสาปสูญ
พี่สาวฉันคลอดน้อง แม่ไม่สบาย หรือแม้กระทั่งไม่รู้ว่าคนในครอบครัวเป็นยังไง
เพราะฉันมัวแต่จมอยู่กับปัญหาของตัวเอง มัวแต่เร่งมือแก้ไขในสิ่งที่ตัวเองผิดพลาด
 
การมีชีวิตอยู่ในวันนี้ การตายหรือหายสาปสูญน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
แต่ฉันเลือกที่จะอยู่ เพราะฉันรู้ว่าต้องชดใช้เวรกรรมที่ทำไว้กับคนอื่น
ฉันอยากกลับบ้าน อยากกลับไปกอดยาย อยากพาแม่และพี่สาวไปเข้าวัดตั้งสติ
ดับความร้อนในจิตใจ แต่ฉันทำไม่ได้ พวกเขาดื้อรั้นและมีทิฐิมากเกินไป
ขณะเดียวกันฉันก็อ่อนแอเกินกว่าที่จะทำอย่างนั้นได้
 
 

edit @ 7 Sep 2012 10:37:21 by คำดาว

 
 
หลังใช้ชีวิต 2 เดือนไปกับการทำเล่มจบ 
และลาออกจากงาน วันนี้ผ่านไปแล้วกับอีกหนึ่งก้าวที่สำคัญ
คือ การสอบเล่มกับคณะกรรมการสามท่าน สรุปผลคือผ่าน
เหลือแก้เล่มนิดหน่อย แล้วก็ล่าลายเซนต์อาจารย์ทั้งสามท่าน
ก็เป็นอันว่าปิดจ๊อบการเรียนปริญญาโท.
 
แต่หลังจากที่การสอบเล่มผ่านพ้นไปเมื่อวาน มันแค่รู้สึกว่าโอเคผ่านไปแล้ว
แต่ความรู้สึกที่มีอยู่เต็มหัวใจ คือ
 
ที่เขาว่ากันว่าถ้าเรารักและใส่ใจทุกคน รักครอบครัว รักเพื่อน 
ในวันที่เราสำเร็จ ก็จะมีคนมายินดีกับเรา มีคนมายืนข้างๆ รับรู้ได้ถึงความสำเร็จของเรา
แต่สิ่งที่ฉันรู้สึกคือ ฉันไม่มีใครเลยที่พร้อมจะยินดีไปด้วยกัน
ฉันรู้สึกได้ถึงความเคว้งคว้างที่เกิดขึ้นทันที
 
เหตุผลง่ายมากว่าทำไมมันถึงเป็นแบบนั้น ก็เพราะฉันไง ฉันทอดทิ้งทุกคน 
ฉันอยู่กับความเงียบในโลกของตัวเอง จนไม่สนใจการมีชีวิตของคนอื่น
 
และนี่คืออีกหนึ่งบทเรียนที่ฉันได้ัรับ
 
 
 

edit @ 26 Aug 2012 00:51:16 by คำดาว

หญิงชาวบ้าน

posted on 26 Aug 2012 00:33 by kumdao-li-bra-ry
 
 
หญิงชาวบ้าน
ยังไงก็ต้องใช้ชีวิตกันต่อไป